“พระครูกิตติพัชรคุณ”วืดประกัน ถอดผ้าเหลืองนอนคุก

“พระครูกิตติพัชรคุณ” ถูกสึกโดยอัตโนมัติ คอตกเข้าเรือนจำ หลังศาลอาญาทุจริตฯไม่ให้ประกัน เจ้าตัวยื่นอุทธรณ์ขอประกันอีกรอบ ลุ้นผลสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี ซอยสีคาม พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ นำพระครูกิตติ พัชรคุณ หรือ นาย สมเกียรติ ขันทอง อายุ 53 ปี เจ้าอาวาสวัดลาดแค และเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฟอกเงิน งบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนา หรือเงินทอนวัด มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกัน เนื่องจากผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัดอีก 12 คดี ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) รวมทั้งสำนวนคดีฟอกเงินนั้นมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งนอกจากคดีนี้แล้วผู้ต้องหายังถูกดำเนินคดีข้อหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ด้วย ซึ่งศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาติของพระครูกิตติพัชรคุณ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 400,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว แต่ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้วเห็นว่า เป็นเรื่องร้ายแรงในชั้นนี้ จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง ซึ่งต่อมา พระครูกิตติพัชรคุณ ผู้ต้องหาได้ยื่นอุทธรณ์ขอปล่อยชั่วคราว ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯแล้ว ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้จัดส่งคำอุทธรณ์และเอกสารประกอบไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาและมีคำสั่งต่อไป คาดว่าสัปดาห์หน้าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งว่าจะอนุญาตให้พระครูกิตติพัชรคุณ มีประกันตัวหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งลงมา แต่สิ้นสุดเวลาราชการไปแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไปไว้ยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ  ซึ่งตามระเบียบขั้นตอนการฝากขัง ก่อนนำตัวขึ้นรถเรือนจำ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้แจ้งคำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้ผู้ต้องหาทราบ เพื่อให้ผู้ต้องหาซึ่งเป็นพระสงฆ์ ถอดผ้าเหลืองออก (ผ้าจีวร-อังสะ-สบง-รัดประคด) ก่อนจะให้สวมเสื้อผ้าชุดพลเรือนที่ญาติเตรียมไว้ให้ ก่อนจะถูกคุมตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป